//พยายามสปอยล์ให้น้อยที่สุด เพื่อที่จะได้ไม่เสียอรรถรสสำหรับคนที่ยังไม่ได้
อ่านเช่นเคยนะคะ
 

 
10. Modern Asian Literature :
 
หลังผิดหวังกับหนังสือสมัยใหม่ที่ไม่คุ้นรสชาติมาสองสามเล่ม
จนแทบคิดว่าคงเป็นอาหารร้านเก๋ที่ไม่ถูกปาก ก็ทำให้ลังเลอยู่
บ้างเมื่อหยิบ Kafka on The Shore ที่ทั้งสมัยใหม่และเป็น
วรรณกรรมฝั่งเอเชียเล่มละเฉียดครึ่งพันไปที่แคชเชียร์...
 
Kafka ชื่อนี้น่าจับตาตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นบนสันปก ความอยาก
รู้ว่า Haruki Murakami จะถ่ายทอดคำว่า Kafka ออกมาใน
ลักษณะไหน และชื่อของบทนำ เด็กชายที่ชื่ออีกา ทำให้เลือก
หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มแรกของมุราคามิ
 
ผิดคาดเมื่อเปิดอ่าน รูปแบบการเขียนเน้นลูกเล่น รสไม่จัดจ้าน
เกินไปแต่ก็ไม่น่าเบื่อ เจือกลิ่นวัฒนธรรมสมัยนิยมที่คุ้นชิน จน
รู้สึกตัวอีกทีก็ผ่านไปครึ่งเล่ม (ซึ่งเล่มหนึ่งหนา 600 หน้า และ
ตัวอักษรยิบ) ทำให้ต้องเปลี่ยนทัศนคติไปโดยสิ้นเชิง...
 
 
 
 
9. Intersection : 
 
ทฤษฎีหกช่วงคน กล่าวว่า หากสุ่มมนุษย์สองคนจากสองแห่ง
ไม่ว่าจะไกลกันสักแค่ไหน ไม่ว่าเพศอะไร อายุเท่าไร หรือ
พูดภาษาอะไร ทั้งสองคนจะมีความเกี่ยวข้องถึงกันห่างกัน
เพียงแค่หกทอดผ่านการแนะนำของคนที่ทั้งสองรู้จักเท่านั้น
 
     ...พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ทุกคนบนโลกนี้ล้วนเกี่ยวข้องกัน
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง...

 
การเล่าเรื่องของหนังสือเล่มนี้คล้ายกับเส้นเรขาคณิตสองเส้น
ของเรื่องราวสองเรื่องที่ดำเนินไปตามระนาบของตนโดยดูไม่
เกี่ยวข้องกันเลย แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง อาจจะที่เกือบอนันต์หรือ
ใกล้กว่านั้น ก็จะเกิด จุดตัด ขึ้น
 
     ...เด็กชายวัยสิบห้าที่หนีออกจากบ้านเพราะคำพูดของพ่อ
กับคุณลุงวัยเกษียณมีปัญหาด้านการสื่อสาร อ่านไม่ออกเขียน
ไม่ได้ แต่คุยกับแมวรู้เรื่อง...
 
และจุดตัดนั้นเองที่จะทำให้เข้าใจว่าเส้นด้ายสองเส้นที่คลำ
มาตลอดทางนั้นมีรูปร่างที่แท้จริงอย่างไรกันแน่ ปมเงื่อนจะ
ค่อยๆคลายออกจนชัดเจนเหมือนเส้นด้ายเล็กๆยุ่งเหยิงของ
ช่อลูกโป่งสวรรค์ที่ถูกปล่อยให้ลอยขึ้นฟ้า
 
 
 
 
8. Ambient :
 
ชื่อของเพลงเก่าช่วงยุค 60 อย่างป็อปร็อคอมตะของ The
Beatles โฟล์คหวานๆอย่าง Simon & Garfunkel หรือ
อัลเทอร์เนทิฟลอยละมุนยุค 90 อย่าง Radiohead ชวนให้
หยิบมาฟังคลอปรากฎอยู่ตรงนั้นตรงนี้ ความคุ้นเคยนี้ทำให้
รู้สึกอบอุ่นเหมือนกำลังเฝ้ามองผ่านหน้าต่างย้อนยุคขุ่นมัว
ที่ย้อมสีฉากต่างๆให้ซีดจางและเย็นตาลงเหมือนภาพสีน้ำ
 
เช่นเดียวกับภาพของเด็กชายวัยสิบห้าปีคนหนึ่งที่ค่อยๆกระ
จ่างชัดขึ้น ดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาด เหมือนร่างในวัยเด็ก
ของเพื่อนสักคนที่เรารู้จักในปัจจุบัน ที่มักจะเสียบสายหูฟัง
วนอยู่แต่กับเพลงเก่าๆและโลกส่วนตัวของเขาเสมอ
 
การหยิบเอาป็อปคัลเจอร์เข้ามาสอดแทรกในเนื้อเรื่องมัก
ทำให้วรรณกรรมหลายเรื่องถูกตีค่าต้อยต่ำลงว่าตลาดและ
ตามกระแสนิยม แต่การหยิบใช้ของ Murakami เฉลียว
ฉลาดและคุ้มค่า จนไม่น่าจะมีใครดูถูกได้
 
กลิ่นไออันคุ้นชินของวัฒนธรรมเอเชียสมัยเก่าฟุ้งอยู่เบื้อง
 หลัง เสียงตู้ปาจิงโกะแบบหนังเก่าๆ กลิ่นควันบุหรี่เจือไอ
น้ำฝน เสียงหึ่งๆจากเครื่องวอล์คแมนล้าสมัย ความรู้สึก
Nostalgic ถึงความทรงจำในอดีตที่ไม่เคยประสบนั้น
คอยเป็นเพื่อนอยู่ข้างๆไปจนถึงบรรทัดสุดท้ายของเรื่อง
 
 
 
 
7. Helter Skelter :
 
คำว่า Magical Realism หรือการถ่ายทอดเรื่องราวน่าเหลือ
เชื่อประหนึ่งเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในบริบทของโลกจริงนั้นยังคง
เป็นที่ถกเถียงถึงจุดกำเนิด แต่หลายคนเชื่อว่า Franz Kafka
คือผู้ริเริ่มประพันธ์วรรณกรรมประเภทนี้
 
     ...คนจะพูดกับแมว ปลาจะตกจากฟ้า มนุษย์ต่างดาวจะ
ลักพาตัวใครไป ตัวล