จริงๆแล้วสองจิตสองใจว่าจะตั้งชื่อหัวเอนทรี่ย์นี้ว่า
{ หนึ่งวันว่าง กับ : ปรัชญาชีวิต โดย คาลิล ยิบราน }
ตามรูปแบบการรีวิวหนังสือดังที่ผ่านมาดีรึเปล่า
 
แต่ลงท้ายแล้วชอบชื่อนี้มากกว่า
ดังนั้นเห็นทีต้องมองข้ามเรื่องเล็กๆน้อยๆ (แหกกฎ) กัน
ตามธีมหลักของเอนทรี่ย์นี้เสียหน่อยกระมัง...
 
 
"เราได้เห็นเธอกราบกราน และบูชาอิสรภาพของ
ตนเอง

ดูประหนึ่งข้าทาสน้อมตนเฉพาะหน้าทุรราช และ
กล่าวเยินยอแม้ตนจะถูกพิฆาตฆ่า...

เราได้เห็นเธอผู้เป็นอิสระที่สุดสวมใส่อิสรภาพ
ของตนดุจดังขื่อคาและโซ่ตรวน"
 
จาก :ปรัชญาชีวิต โดย คาลิล ยิบราน
บทที่ 14 : ว่าด้วยอิสรภาพ
 
 
นั่นคือประโยคแรกที่กวาดสายตาพบเมื่อทดลองเปิดหนัง
สือเล่มนี้ขึ้นโดยมิได้คาดหวังอะไร...
 
"คาลิล ยิบราน" ชื่อนี้ไม่ว่าใครก็คงจะต้องเคยได้ยินมา
ก่อนเสียอย่างน้อยก็สักครั้ง
 
แม้ว่าโดยส่วนตัวจะไม่ได้รับรู้หรือสนอกสนใจนักว่าเขา
คือใคร และมีความสำคัญอย่างไรชื่อของเขาถึงคุ้นหูนัก
 
แต่เมื่อหนังสือที่พะชื่อนี้เอาไว้บังเอิญมาปรากฎอยู่พอดี
เบื้องหน้าระดับสายตาบนชั้นในร้านราวกับจับวาง ก็ไม่
เสียหายอะไรที่จะหยิบมายลโฉมสักสองสามหน้า...
 
...และนั่นก็มีผลถึงขนาดที่พอสายตากวาดลงมาเพียงไม่
กี่บรรทัดก็ทำให้หยิบหนังสือขึ้นมาแล้วตรงไปจ่ายสตางค์
ที่แคชเชียร์ทันที
 
(เป็นกรณีที่หายากจริงๆกับการที่ซื้อของโดยไม่วางแผน
ล่วงหน้าไว้ก่อน ปกติจะเกิดแค่สามสี่ครั้งในปีหนึ่งๆ)
 
 

 
 
การไขว่คว้าหาอิสรภาพนั้น ลงท้ายแล้วมันจะเป็นเพียง
การกักขังตัวเองไว้ในตัวของอิสรภาพเองนั้นหรือเปล่า?
 
นั่นคือคำถามที่บังเกิดขึ้นในห้วงคิดคำนึง ณ วันหนึ่ง
 
คนเรามักไขว่คว้าหาอิสรภาพเสมอ เมื่อมีสิ่งใดที่เข้ามา
มีอิทธิพลในชีวิต จนกระทั่งทำให้ทางเลือกถูกจำกัดลง
หลายคนก็กู่ร้องว่า "ให้อิสระกันบ้างสิ!!"
 
อิสระ อิสระ อิสระ คำว่าอิสระที่กล่าวกันพร่ำเพรื่อนั้น
แท้จริงหมายถึงสิ่งใดแน่...
 
 
อิสระ :  ว. เป็นใหญ่, เป็นไทแก่ตัว, เช่น อิสรชน, ที่ปกครองตนเอง
  เช่น รัฐอิสระ, ไม่ขึ้นแก่ใคร, ไม่สังกัดใคร, เช่น อาชีพอิสระ
  นักเขียนอิสระ. น. ความเป็นไทแก่ตัว เช่น ไม่มีอิสระ แยก
  ตัวเป็นอิสระ. (ป. อิสฺสร; ส. อีศฺวร).

...พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถานเองก็ดูจะไม่ค่อย
ให้ความช่วยเหลือได้มากเท่าไรนัก
 
แต่คำจำกัดความที่ดูเข้าใจง่ายที่สุดโดยไม่ต้องเปิดหา
คำศัพท์อื่นๆเพิ่มเติมก็คงจะเป็น "ไม่ขึ้นแก่ใคร" กระมัง
 
แต่ถ้าจะว่ากระนั้นแล้ว ถ้าหากผู้ที่อ้างตัวเป็นอิสรชนยัง
 คงยึดมั่นกับคำว่าอิสระประหนึ่งข้าทาส จะยังเรียกได้อีก
หรือไม่ว่า อิสรชนผู้นั้นเป็นอิสระโดยสมบูรณ์
 
 
โดยส่วนตัว เมื่อพิจารณาจากตนเอง ก็ถือได้ว่าเป็นพวก
รังเกียจเดียดฉันท์กฎเกณฑ์อย่างมากคนหนึ่ง...
 
อาจเป็นเพราะสมัยยังเด็กเรียนในโรงเรียนที่เข้มงวด
กระมัง เลยประพฤติตัวให้อยู่ในภาพลักษณ์ของเด็ก
เรียนแสนเรียบร้อย แต่ภายในห้วงความคิดกลับเต็มไป
ด้วยคำถามและคำเถียงจำนวนมากมายที่มีต่อกฎเกณฑ์
ซึ่งสร้างกำแพงทะมึนขึ้นรอบๆตัว
 
สุดท้ายวิธีแก้ปัญหาคือย้ายโรงเรียนหนี (ซะอย่างนั้น)
 
โรงเรียนใหม่ให้เกียรตินักเรียนในการตัดสินใจด้วยเห็น
ว่าโตแล้วน่าจะรับผิดชอบตัวเองได้ จึงปล่อยเด็กเต็มที่
ใครอยากทำอะไรทำ จะโดดเรียนก็โดด จะทำหัวแต่ง
ตัวอย่างไรเชิญตามสบาย แต่ถ้าสอบไม่ผ่านเมื่อไร
 ตายสถานเดียว...
 
และนั่นคือจุดกำเนิดของมหากาพย์การปลดแอกแหก
มันทุกกฎนั่นเอง
 
 
แต่หากถามว่าเมื่อได้รับอิสระเต็มที่แล้ว ปัจเจกชนจะ
พร้อมแหกกฎทุกข้อตามที่ตนเองเคยต้องการหรือไม่?
 
ในช่วงแรกก็อาจจะเป็นอย่างนั้น...
 
แต่พอเวลาผ่านไป กฎบางข้อไม่รู้จะแหกไปทำไม แล้ว
ต่อให้โดดเรียนบ่อยสักแค่ไหน สุดท้ายก็จะต้องกลับมา
เข้าเรียนในวิชาที่ไม่ถนัดเพื่อเอาความรู้ไปสอบอยู่ดี
 
จริงอยู่ว่ากฎบางข้อเมื่อละเมิดแล้วอาจจะส่งผลที่ดีกว่า
แต่สุดท้ายมันก็เป็นกฎ และความจริงก็คือเราละเมิดกฎ
แม้ผลจะออกมาดี แต่ถ้าถูกกล่าวโทษก็จะโบ้ยโทษใคร
ไม่ได้ หากต้องการล้มล้างก็ต้องหาเหตุผลมาโต้แย้ง...
 
กฎบางข้อจะปฏิบัติตามหรือไม่ผลลัพธ์ก็ยังคงเดิม
ไม่ได้มีผลเป็นนัยสำคัญอะไร ต่อให้แหกไปก็เหนื่อย
เสียเป