สวัสดีค่ะ หายไปนานเลยเนอะ แต่ก็กลับมาแล้วล่ะ ^ ^
 
เดือนพฤษภานี่อากาศเปลี่ยน พอหายป่วยก็เปลี่ยนไปป่วยอย่าง
อื่นต่อแทนซะอีก สุดท้ายก็นอนซมอยู่ดี...
 
ดังนั้น กว่าจะได้อัพบล็อกก็เลยหายไปสองอาทิตย์หน่อยๆเชียว
(พยายามแก้ตัวนี่เอง... ฮา)

 
ระหว่างที่กำลังป่วย ก็ได้ยินมาว่ามีงานเทศกาลขนมมาการอน
(หลายคนเรียกว่ามาคาฮอง หรือมาการงก็ได้) ที่เอ็มโพเรียม
 
ด้วยความที่มันเป็นขนมที่ค่อนข้างหากินยาก และเพิ่งมาฮิตเอา
ช้วงหลังๆนี่ เลยรู้สึกว่าอยากไปลองชิมของร้านที่ไม่เคยชิมดู...
 
แต่ด้วยความที่เจ้าขนมบ้านี่มันแพงสุดๆ (แบบเด็กๆก็ชิ้นจึ๋งนึง
สิบกว่าบาท แบบไฮโซไปเลยก็ชิ้นละครึ่งร้อย...หลายคนกล่าว
ไว้ว่ามันแพงยังกะทอง) เลยลังเลอยู่หน่อย
 
...แต่เมื่อมีคนเสนอตัวว่าเลี้ยงให้ก็ได้ เลยรีบนุ่งผ้าวิ่งออกจาก
บ้านไปอย่างไม่คิดอีกเป็นคำรบสอง...
 
(ไม่เห็นแก่กินเล้ย ให้ตายเถอะ)
 

Dress Code : Gothic Lolita
 
 
outfit rundown :
 
Blouse : Off-brand (Fox)
Skirt : FanPlusFriend
Corsage : Handmade (ทำเองกับมือ)
Tight : Bodyline
Shoes : Bodyline
 
พักหลังนี่แต่งออกโทนแดงสดบ่อยๆ คงต้องหาลิปสติกสีแดง
มาเป็นของตัวเองมั่งแล้ว ถ้าแม่รู้ว่าขโมยลิปสติกใช้บ่อยๆอาจ
โดนโบกได้...
 
 
 
//ฝนจะตก แดดจะออก ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะตามเจ้าไป... รอก่อนนะมาการอนน้อยของข้า!!

 
เชิงอรรถ (มันมาอีกแล้วค่า...อ่านข้ามได้ไม่ว่ากัน)
 
Macaron อ่านว่า มาคาฮอง ตามสำเนียงฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศต้นกำเนิด
แต่หลายๆคน(รวมทั้งข้าพเจ้า) สะดวกใจเรียกว่า มาการอนอย่างเชยๆบ้านๆ
ตามสำเนียงอังกฤษ เพราะมันฟังดูน่ารักกว่า ♥
 
Macaron ส่วนประกอบหลักๆก็คล้ายๆเมอร์แรงค์ แต่จะผสมผงอัลมอนด์
บดลงไปด้วย ทำให้ราคาแพง...และร้านรวงต่างๆก็ชอบที่จะขึ้นราคาอย่าง
พรวดๆไม่เกรงอกเกรงใจไปด้วย และเป็นขนมที่ขั้นตอนการทำยุ่งยากวุ่นวาย
ลยหากินไม่ค่อยได้ ถึงจะหากินได้ บางร้านมันก็รสชาติเหมือนไม่ใช่มาการอน
:facepalm:
 
แต่มันก็ฮิตในหมู่สาวๆทั้งสาวญี่ปุ่น ฝรั่งเศส อังกฤษ และอเมริกา คงเพราะ
หน้าตามันน่ารักแล้วก็อร่อยใช้ได้ ร้านต้นตำหรับอันโด่งดัง Ladurée จึงไป
เปิดสาขากันทั่วมุมโลก สูบตังค์อิ่มเปรมไปเฉกเช่นนี้นั่นแล...
 
(ราคาที่ปารีสมัน 1.5 ยูโร ตกสักหกสิยบาท มันคงแพงอย่างเท่าเทียมกันทั้ง
โลกกระมัง)
 
 
ไปถึงเอ็มโพเรี่ยมก็ช่วงเย็นหลังเลิกงานแล้ว ไม่ค่อยได้ไปเดิน
แถวนั้นสักเท่าไรเลยต้องสอดส่ายสายตาหาจุดหมายเล็กน้อย
แล้วก็ไปป๊ะเข้ากับ...
 
 
 
//อาห์ มาถูกที่แล้ว!!
 
 
 
พื้นที่จัดงานไม่ค่อยใหญ่ เป็นจตุรัสเล็กๆ แต่ก็จุร้านสิบร้านเล็กๆ
ได้พอดี...ความน่าเสียดายมันอยู่ตรงที่ว่า ไปตอนที่หลายๆร้านของ
หมดแล้วเนี่ยแหละ เลยได้ลองไม่ครบทุกร้าน ;_;
 
(ถามคุณพนักงานเค้าว่าขนมมันมีน้อยเพราะเตรียมยาก ถ้าจะมา
ให้มาก่อน 4 โมง หลังจากนั้นหลายร้านจะของหมด...กว่าจะไปถึง
ก็ 6 โมงกว่าแล้วนี่สิคะ)
 

 
 
 
คนไม่เยอะมากเท่าไร แต่ที่นั่งที่จัดไว้ (ธีมสวนน้ำชา) ก็เต็ม
เกือบหมด ยังดีที่เหลือว่างที่หนึ่งพอดี เลยแว้บไปนั่งซะ...
 
ที่นั่งจะมีบริการชาของ Dilmah ด้วย สำหรับทานคู่กับขนม
มีชารสแปลกๆให้เลือกเยอะดีด้วย บางรสไม่เคยเห็นขาย
ตามซุปเปอร์ ถ้าใครอยากได้กลับไปชงดื่มก็มีแบบกล่องให้
ซื้อกลับด้วยนะคะ ราคากล่องละสัก 360 มั้ง ถ้าจำไม่ผิด แบบ
กล่องเหล็กก็เกือบๆ 600 ได้...
 

 
 
//ที่นั่งแบบประหนึ่งอยู่ในสวน... แต่มันจุคนได้น้อยอยู่นะ
 
 
ร้านที่มาออกร้านที่นี่มีทั้งที่คุ้นชื่อและไม่คุ้นชื่อ เสียดายที่หลาย
ร้านขายหดแล้ว เลยเลือกได้จากร้านแค่ประมาณ 5-6 ร้าน แถม
รสที่เหลือให้เลือกยังไม่หลากหลายด้วย...คราวหน้าต้องวางแผน
ให้ดีกว่านี้ ;3;)
 
 
 
 
 
บางร้านก็มีแบบแพคใหญ่รวมรสแบบนี้ให้ลอง... แต่ถ้าเก็บกิน
นานๆมันจะไม่อร่อยเอา แถมในบ้านไม่ค่อยมีคนชอบกิน จะ
เหมาคนเดียวก็คงจะไม่งามล่ะมั้งเนอะ
 

 
 
 
บางร้านก็มีแพคเกจหลากหลายให้เลือกสรรแบบนี้ด้วย